วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

BEYNIOR FAIR 2009




เนี่ยนะเป็นงานเลี้ยงส่งรุ่นพี่ปี 4 ล่ะ ก็ประมาน พ.ศ.2552 อ่ะนะ

คงเป็นปีแรกที่เราและเพื่อนๆได้ไปกินเลี้ยงกัน เพราะตอนนี้ก็อยู่ปี่ที่ 3 แล้ว

ถ้าจะไม่ไปก้ยังงัยยังงัยอยู่ เหมือนจะดูไม่ดียังงัยยังงั้นแหละ..

ส่วนบรรยากาศในงานก็งั้นๆๆแหละนะ..อุตสาห์แต่งตัวไปซะสวยเชียววววว...

แล้วปีต่อไปคงเป็นรุ่นพี่ที่สูงที่สุดแหละ.งหรือจะบอกว่าแก่ที่สุดก๋ได้นะ..ประมาณนั้นแหละ..
Posted by Picasa

Read More

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ความรักในอคติของข้าพเจ้า


[1]โหยหาความรักไม่เคยพอพอๆกับโหยหาเซ็กส์ไม่เคยหยุดหรือทั้งเซ็กส์ทั้งรักรวมเป็นชุดเซ็กส์ซ้าย ขวาสุดเป็นความรัก
[2]หรือการแต่งงานเป็นอะไรสักอย่างต่างตระหนักพะวักพะวงเป็นพักพักแล้วเอาเงินกองหน้าตักเป็นพิธี
[3]ซื้อความสุขทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่าไม่ได้ขายการกดขี่แต่บ้าง บางครั้งอาจตบตีระหว่างกันทันที สิทธิมนุษยชน
[4]ก็ทั้งหมดเป็นกฏเกณฑ์เป็นประเด็นผลิตผลทั้งความรักคนสองคนทั้งเรื่องเซ็กส์ท่วมทันกันและกัน
[5]เกิดขึ้น ตั้งอยู่ โดยสภาพความรักอันโลมฉาบสรวงสวรรค์ผลิช่อ ดอกบุปผานานาพรรณฝันถึงรักนิรันดร์ของความรัก๐ก็นั่นแหละคือความสุขจะมีทุกข์อีแค่ตอนอกหักใช่ไม่ใช่-----

Read More

เมื่อสามี จะบอกเลิก ภรรยา.. (บนรถที่กำลังวิ่งอยู่)


สามีภรรยาคู่หนึ่งที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 20 ปีกำลังนั่งรถไปงานเลี้ยงด้วยกันโดยภรรยาเป็นคนขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วจู่ๆ สามีก็เอ่ยน้ำเสียงอย่างเย็นชาว่า" เราแต่งงานกันมายี่สิบปีแล้ว ที่ผ่านมาคุณดีกับผมก็จริงแต่ตอนนี้ผมพบคู่ชีวิตคนใหม่แล้ว เธอคือเลขาฯ คนสวยของผมเอง"ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสามีพูดต่อว่า"ผมต้องการหย่ากับคุณโดยเร็วที่สุดตลอดชีวิตการแต่งงานผมทำงานหาเลี้ยงครอบครัวส่วนคุณทำแต่งานบ้านเท่านั้นดังนั้นหุ้นบริษัทกับบ้านหลังใหญ่ควรเป็นกรรมสิทธ์ของผม"ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่งโมง"ส่วนเงินในธนาคารห้าสิบล้าน ผมจะเจียดให้คุณไปทำทุนสักห้าแสนนอกจากนี้คุณยังอยากได้อะไรอีกไหม"??????"ไม่ต้องหรอกค่ะ สิ่งที่ฉันอยากได้ที่สุดฉันมีแล้ว แต่คุณไม่มี"ภรรยาตอบเสียงเย็นชาเช่นกันพลางกดคันเร่งเร็วขึ้นเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง"อะไรล่ะที่คุณมีแต่ผมไม่มีน่ะ" ???????"ถุงลมนิรภัย"Have a Wonderful Day !
ที่มา : ซ้อเหมา เจ้าของบทความ : ไม่ทราบชื่อ

Read More

ความจริงเกี่ยวกับความรัก


1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือ การรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลังส่วนที่จะแสดง


ส่วนที่เหลือ2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ทานประทานมา


3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว


4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป


5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่ เปิดไว้รอเรา


6.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไร กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด


7.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา


8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา


9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ


10. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจได้


11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคง หวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน


12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต


13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้


14.มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขามาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น


15. ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ


16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน


18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุขได้


19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราเราเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในพวกเขา


20. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก


21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่าของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิตพวกเขา


22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา


23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดีถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ


24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

- A man overtime falls in love with the woman he is attracted to, and a woman overtime becomes more attracted to the man she loves.

ผู้ชายมักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก

- Friendship is love minus sex and plus reason. Love is friendship plus sex and minus reason.

มิตรภาพคือ ความรัก ลบด้วย เซ็กซ์ และบวกเอาเหตุผลเพิ่มเข้าไป ส่วนรักคือ มิตรภาพบวกด้วยเซ็กซ์ และลบเอาเหตุผลออก

- To love is nothing. To be loved is something. To love and be loved is everything!!

การได้รักเป็นเรื่องขี้ผง การถูกรักเป็น "บางอย่าง" ทีเดียว ส่วนการได้รักและการถูกรักเป็นทุกอย่าง (ว้าว)

- You may only be one person to the world but you may also be the world to one person.

คุณอาจจะเป็นแค่ "คน ๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้

- Friendship often ends in love, but love in friendship- never.

มิตรภาพมักจะจบลงด้วยความรัก แต่ความรักไม่มีวันจบลงด้วยมิตรภาพ

- You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not part of it.

(อันนี้ต้องขอบอกว่าโปรดมากค่ะ) คุณรู้ว่า คุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายความถึงการที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน

- Love looks not with the eyes, but with the mind.

ความรักนั้น เห็นไม่ได้ด้วยตา แต่ด้วยใจ

- Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind.

ความรักก็เหมือนซีเมนต์เปียก ๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งติดหนึบ จากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง

- Don't marry a person you can live with, marry somebody you can't live without.

จงอย่าแต่งงานกับคนที่คุณ "อยู่ด้วยได้" จงแต่งงานกับคนที่คุณ "ขาดไม่ได้"

- Don't rely on the past to create the future, rely on the future to erase the past.

อย่าวางใจใช้อดีตเป็นตัวสร้างอนาคต แต่จงใช้อนาคตเป็นตัวลบอดีตทิ้งไป

- Love will die if held too tightly; love will fly if held too lightly.

รักจะเฉาตายถ้ายึดไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไปถ้ายึดไว้หย่อนเกินไป

- If you love someone tell them, don't wait or else you will lose the chance.

ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ

- It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much.

ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า "ชั้นรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร

- Love, is like water, we take it for granted. Thus, when it is gone, it becomes crucial.

ความรักก็เหมือนน้ำ เรามักจะเห็นมันเป็นของตาย ต่อเมื่อ มันหมดไปแล้ว นั่นละ ... มันจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น

- True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen.

รักแท้ก็เหมือนกับปีศาจ ทุกคนพูดถึง แต่มีคนน้อยมากที่ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร

- The essential sadness is to go through life without loving. But it would be almost equally sad to leave this world without ever telling those you loved that you love them.

ความเศร้าที่สำคัญคือการชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่มันคงจะเศร้าเกือบจะพอ ๆ กันที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่า คุณรักพวกเค้า"

- A man falls in love through his eyes, a woman through her ears.

ผู้ชายตกหลุมรักทางตา แต่ผู้หญิงน่ะ ตกหลุมรักทางหู

- The way to love anything is to realize that it might be lost.

หนทางที่จะรักสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือ การตระหนักสิ่งนั้น ๆ อาจจะสูญหายได้

- The perfect marriage begins when each partner believes they got better than they deserve.

การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบเริ่มขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดว่า พวกเค้าได้รับสิ่งที่ดีเกินกว่าที่ตัวเองสมควรได้รับ

- When a young man complains that a young woman has no heart, it is pretty sure that she has his.

เวลาที่หนุ่มน้อยโอดควรญว่า สาวน้อยนางนั้นไม่มีหัวใจ ค่อนข้างแน่ใจได้เลยว่า สาวน้อยนั้นน่ะ ... มีหัวใจของหนุ่มคนนั้นอยู่ในกำมือ

- Kindness in words creates confidence, kindness in thinking creates profoundness, kindness in giving creates love.

วาจาที่กรุณาจะสร้างความเชื่อมั่น จิตใจที่กรุณาจะสร้างความลึกซึ้งของจิตใจ และการให้ที่กรุณาจะก่อให้เกิดรัก

- To love is to risk not being loved in return. To hope is to risk pain. To try is to risk failure, but risk must be taken, because the greatest hazard in life is to risk nothing.

การที่ได้รักคือการเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับความรักเป็นการตอบแทน การตั้งความหวังคือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด การพยายามคือการเสี่ยงกับความล้มเหลว แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตก็คือ การไม่เสี่ยงอะไรเลย

- When loving someone...never regret what you do...only regret what you didn't do.

เวลารักใคร ... อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณได้กระทำ จงเสียใจในสิ่งที่คุณไม่ได้กระทำ

- Gravity cannot be held responsible for people falling in love.

เวลาคนตกหลุมรักน่ะ ... โทษแรงโน้มถ่วงไม่ได้ จริงมั้ยล่ะ (ต้องโทษคนขุดหลุม)

There is a story of a woman Who always kept her feelings towards her friend Until the day he got married, she decided to tell him the truth And he felt that it's a good joke for his wedding

มีเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรักเพื่อนของเธอแต่ได้เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้ จนกระทั่งวันที่เขาแต่งงาน เธอก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเขา ...แต่เขากลับคิดว่าเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับวันแต่งงานของเขา...

There is a story of a man Who has never told his wife how much he loves her Until the day she passed away Until now, he keeps sending flowers to her grave everyday With thousand kisses on the card saying "I love you" Would she be able to know?

และยังมีเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่เคยบอกภรรยาว่าเขารักเธอมากแค่ไหน จนกระทั่งเธอตายจากไป ถึงบัดนี้ เขายังคงวางดอกไม้ไว้ที่หลุมศพของเธอทุกวัน พร้อมกับรอยจูบนับพันบนการ์ดที่เขียนว่า "ผมรักคุณ" ...เธอจะมีโอกาสได้รับรู้ไหม...

Yet, there is a story of a girl Who always needed a warm hug from her daddy But she was too shy to ask for Until the day he can never hug her any more...

และยังมีเรื่องเล่าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ซึ่งต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นจากพ่อของเธอเสมอ แต่เธอเขินอายเกินกว่าจะเอ่ยปากออกไป ...จนกระทั่งวันที่พ่อไม่สามารถกอดเธอได้อีกต่อไป...

A lot of stories happen everyday You could know what had happened yesterday How can you be sure what will happen tomorrow? Think of something you never say Are you waiting until the day? to say " I LOVE YOU "

ทุกๆวันเกิดเรื่องต่างๆขึ้นมากมาย คุณอาจจะรู้ว่า เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้ ลองคิดถึงบางสิ่งที่คุณไม่เคยพูด จะต้องรอให้ถึงวันไหน ที่จะบอกคำว่า "รัก


ที่มา : *_* NONGSAWNUY *_* เจ้าของบทความ : ไม่ทราบชื่อ

Read More


MV เพลงใครสักคน

ฟ้ายังฟ้าไม่เคยเปลี่ยนไป กี่เดือนกี่ปีก็ยังเป็นสีฟ้าดังเก่า เหมือนใจฉันไม่เคยเปลี่ยนเลย จะนานเพียงใดในใจดวงนี้ก็ว่างเปล่า เมื่อไรไม่รู้เลย ที่จะมีอย่างใครเขา ก็ใครกันเล่าจะมาเป็นคู่กัน ก็ใครกันเล่าจะเดินอยู่ข้างกัน จะมีบ้างไหม แค่ใครสักคน ที่ไม่มองข้ามคนอย่างฉัน ก็ใครกันเล่าจะคอยมาเถียงกัน ได้งอนได้ง้อได้หึงกันทุกวัน มาทำชีวิตที่มันขี้เหร่ ได้มีความรักแทนความเหงา ฟ้ายังฟ้าหัวใจยังเหงา ให้มันเทาๆ ยังดูมีสีสันมากกว่า รักแล้วจะทุกข์จะล้มจะลุกก็รับได้ไม่เป็นไร ยังดีกว่าต้องเดียวดาย ดีกว่าต้องมองรักใคร ที่เขาเดินคลอเคลีย รักกันไม่เกรงใจฉัน ก็ใครกันเล่าจะมาเป็นคู่กัน ก็ใครกันเล่าจะเดินอยู่ข้างกัน จะมีบ้างไหม แค่ใครสักคน ที่ไม่มองข้ามคนอย่างฉัน ก็ใครกันเล่าจะคอยมาเถียงกัน ได้งอนได้ง้อได้หึงกันทุกวัน มาทำชีวิตที่มันขี้เหร่ ได้มีความรัก อีกนานสักเท่าไร ต้องรออีกเท่าไร ถึงจะได้เจอคนนั้น ก็ใครกันเล่าจะมาเป็นคู่กัน ก็ใครกันเล่าจะเดินอยู่ข้างกัน จะมีบ้างไหม แค่ใครสักคน ที่ไม่มองข้ามคนอย่างฉัน ก็ใครกันเล่าจะคอยมาเถียงกัน ได้งอนได้ง้อได้หึงกันทุกวัน มาทำชีวิตที่มันขี้เหร่ ได้มีความรัก ก็ใครกันเล่าจะมาเป็นคู่กัน ก็ใครกันเล่าจะเดินอยู่ข้างกัน ก็มีใช่ไหม แค่ใครสักคน ที่ไม่มองข้ามคนอย่างฉัน ก็ใครจะคอยคนนี้อยู่เหมือนกัน จะปรากฏตัวให้เห็นสักทีได้ไหม เพื่อให้ชีวิตที่มันขี้เหร่ ได้มีความรักแทนความเหงา

Read More

5 วิธีทำให้สมองฟิต ความคิดปิ๊ง


คุณเคยมีอาการอย่างนี้บ้างมั้ยจับจ่ายไม่ได้ เพราะลืมกระดาษโน๊ตจดรายการของที่ต้องซื้อไว้ที่บ้านพระเอกหนังเรื่องที่ดูเมื่อวานชื่ออะไรน้าจอดรถไว้ชั้นไหนของห้างนะอย่า! อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคุณเริ่มแก่ สมองเริ่มเสื่อมแล้วมีวิธีฟิตสมองอย่างง่ายๆ ที่คุณทำได้ในชีวิตประจำวันมาฝากกัน จากหนังสือ “สมองฟิต ความคิดปิ๊ง” ก่อนฟิตสมอง คุณรู้มั้ยว่า พฤติกรรมซ้ำๆ ทำให้สมองฝ่อในโลกที่เราคาดเดาเกือบทุกอย่างได้ล่วงหน้า กิจวัตรส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมจากจิตใต้สำนึกที่เรากระทำโดยใช้พลังจากสมองน้อยมาก ทำให้ไม่ค่อยมีการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์ประสาทในสมองชั้นนอก สมองจึงไม่ค่อยได้ออกกำลังถ้าคุณขับรถหรือนั่งรถไปทำงานโดยใช้เส้นทางเดิมทุกวัน สมองคุณก็จะใช้ประสาทส่วนเดิมทุกวันเช่นกัน การใช้ประสาทเฉพาะส่วนนั้นๆ เป็นประจำทำให้เซลล์ส่วนนั้นแข็งแรง แต่ขณะเดียวกันประสาทส่วนอื่นๆกลับอ่อนแอเพราะถูกละเลย ผลดีก็คือ คุณเริ่มช่ำชองกับเส้นทางจาก ก ไป ข แต่ผลเสียคือ สุขภาพสมอง เพราะสมองพลาดโอกาสที่จะได้รับการกระตุ้นด้วยทัศนียภาพใหม่ๆ กลิ่นใหม่ๆ หรือเสียงใหม่ๆ ซึ่งเป็นความแปลกและหลากหลายที่จะช่วยให้เซลล์ประสาทหลายส่วนได้มีกิจกรรมออกกำลังถ้าสมองได้รับสิ่งใหม่ ส่วนของสมองชั้นนอกหลายส่วนจะมีกิจกรรมมากขึ้นและหลากหลายขึ้น และเกิดการเชื่อมโยงเซลล์ประสาทสมองส่วนต่างๆในรูปแบบใหม่ ส่งผลให้มีการหลั่งสาร นิวโรโทรฟินส์ หรืออาหารสมองมากขึ้น เซลล์สมองจึงแข็งแรงขึ้น 5 วิธีฟิตสมองในตอนเช้า1. หลับตาอาบน้ำ เปิดก็อกน้ำ ปรับความแรงหรืออุณหภูมิของน้ำโดยใช้ประสาทสัมผัสและความรู้สึก (อย่าลืมฝึกวิธีปรับอุณหภูมิให้แม่นก่อนลงมือเพื่อป้องกันน้ำร้อนลวกตัว) หลับตาใช้มือสัมผัสหาอุปกรณ์อาบน้ำ จากนั้นจึงล้างหน้า อาบน้ำหรือโกนหนวด 2.เกมสลับมือ ขยับสมอง ฝึกใช้มือข้างที่คุณไม่ถนัดแปลงฟัน หมุนฝาหลอดยาสีฟันและป้ายยาสีฟันบนแปรง อาจใช้วิธีนี้กับกิจกรรมยามเช้าอื่นๆ ...การฝึกลักษณะนี้เป็นการกระตุ้นสมองส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ให้เริ่มสั่งการเพื่อปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่สมองซีกนี้ไม่ค่อยมีส่วนร่วม มีการวิจัยพบว่าการฝึกเช่นนี้ส่งผลให้วงจรและเครือข่ายสมองในส่วนเยื่อหุ้มสมองคอร์แทกซ์ที่ทำหน้าที่ควบคุม และรับส่งคำสั่งจากมือ มีการขยายตัวอย่างมากและในอัตราที่รวดเร็ว หรืออาจลองทำสิ่งต่างๆด้วยมือข้างเดียว ก็ได้ 3. อยู่ในโลกไร้เสียง ปิดหูด้วยการใส่หูฟังขณะรับประทานอาหารกับครอบครัวเพื่อสัมผัสโลกเงียบ...คนใกล้ตัวคงเคยบ่นว่าคุณฟังสิ่งที่เขาพูดเพียงครึ่งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่มักเกิดขึ้นตอนยุ่งอยู่ ลองฝึกตัวเองด้วยวิธีนี้จะทำให้คุณบังคับตัวเองให้ใช้ตัวช่วยอื่นในการทำกิจกรรม เช่น รู้ว่าขนมปังปิ้งที่อยู่ในเครื่องปิ้งได้ที่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งเสียง4. เช้าวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ลองเลือกกิจกรรมต่อไปนี้หนึ่งหรือสองข้อ แต่ไม่ควรทำหมดทุกข้อในเช้าวันเดียวกัน• สลับลำดับกิจวัตรตอนเช้า เช่น ถ้าคุณเคยแต่งตัวก่อนกินข้าว ลองเปลี่ยนมากินข้าวก่อนแต่งตัว• ถ้าคุณเคยรับประทานกาแฟกับขนมปังทุกเช้า ลองเป็นข้าวโอ๊ตและชาสุขภาพ หรืออาหารอื่นบ้าง• เปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุก เปลี่ยนรายการวิทยุ หรือทีวีไปเป็นรายการที่คุณไม่เคยฟัง รายการเด็กเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระตุ้นสมองให้สนใจในเรื่องที่คุณเคยมองข้าม• เปลี่ยนเส้นทางที่จะเดินทางไปทำงานจากการศึกษาภาพถ่ายของสมอง กิจกรรมใหม่ๆจะกระตุ้นเซลล์ประสาทที่กินพื้นที่สมองชั้นนอกในบริเวณกว้าง วิธีเติมกิจกรรมใหม่นี้จะให้ผลลดลงเมื่อกิจกรรมนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรหรือเป็นอัตโนมัติ เนื่องจากสมองต้องใช้พลังในการทำสิ่งใหม่ๆ มากกว่าต่อนทำกิจกรรมที่ทำจนชินแล้ว5. เซ็กซ์ สุดยอดกิจกรรมออกกำลังสมอง ความตื่นเต้นระทึกใจจากกิจกรรมแปลกใหม่ เป็นหัวใจหลักของการเร้าอารมณ์รักโดยเฉพาะในคู่สมรสที่แต่งงานมานาน เพราะช่วยให้คู่รักพบกับความท้าทายและตื่นเต้นจากประสบการณ์ทางเพศแบบใหม่ ใช้จินตนาการและดึงอารมณ์ความรู้สึกทุกส่วนออกมาปรับใช้ เช่น สวมชุดนอนผ้าไหมที่ให้ความรู้สึกสัมผัสที่เรียบลื่น โรยกลีบกุหลาบหอมกรุ่นบนเตียง นวดสัมผัสกันและกันด้วยน้ำมันหอมระเหย หรือสร้างบรรยากาศด้วยเสียงเพลงโรแมนติคเซ็กซ์ที่ดีนับเป็นการออกกำลังสมองที่ดี ฟังดูอาจเป็นการสรรเสริญเยินยอกิจกรรมบนเตียง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริง เพราะในกิจกรรมร่วมรักมีการใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่างที่ก่อให้เกิดการกระตุ้นในวงจรสมองทุกส่วนรวมทั้งวงจรที่รับรู้เรื่องอารมณ์ เคล็ดลับดีๆอีกมากกับการบริหารสมอง ติดตามรายละเอียดได้จากหนังสือ สมองฟิต ความคิดปิ๊ง หนังสือแปลจากเรื่อง Keep Your Brain Alive โดย Lawrence C.Katz, Ph.D & Manning Rubin
ที่มา : Ern Jar เจ้าของบทความ : Lawrence C.Katz, Ph.D & Manning Rubin

Read More

กฎน่ารักๆ ที่ทำให้คุณยิ้มได้


เหตุการณ์รอบตัวบ่อยครั้งทำให้นึกน้อยใจในโชคชะตาเพราะมันมักเลวร้ายกว่าที่ควรเช่น ขับรถมาเป็นสิบปีไม่เคยชนอะไร แต่พอถูกขอร้องให้ถอยรถเพื่อนออกจากซอยไม่ถึง 30 เมตร กลับชนเสาไฟฟ้าโครมใหญ่เหตุการณ์เลวร้ายเกิดเหมือนสวรรค์แกล้งนี้ เกิดบ่อยกับทุกคนจนมีผู้ตั้งเป็นกฎไว้ เรียกว่า กฎของเมอร์ฟี่ ความว่าถ้ามันเคยผิดพลาด มันก็จะผิดซ้ำอีกนอกจากกฎของเมอร์ฟี่ ยังมีกฎอื่นๆ ที่มีผู้สังเกตพบมากมายจึงรวบรวมไว้ดังนี้กฎความเป็นไปได้ขนมปังทาเนยที่พลัดตกพื้น จะเอาหน้าด้านที่มีเนยคว่ำลงเสมอและโอกาสที่เนยตกเปื้อนพรม จะมีมากขึ้นเป็นสัดส่วนกับราคาของพรมการดูดวงหมอดูมักทายหลายเรื่องทั้งดีและเลวแต่เรื่องที่แม่นที่สุดคือเรื่องที่เลวที่สุดกฎแห่งความแม่นยำหากขว้างก้อนหินสะเปะสะปะ มันจะพุ่งตรงเข้าหาวัตถุที่มีราคาแพงที่สุดกฎของหายของใช้ที่เราเห็นทุกวันจะหายต่อเมื่อเราต้องการใช้มันกฎของเมธีเลขเด็ดที่เราไม่ซื้อ คือเลขที่จะออกงวดนั้นและหวยที่เราซื้อมักใกล้เคียงกับหวยที่ออกหากได้บวกลบคูณหารด้วยเลขอะไรสักตัว หรือกลับหน้ากลับหลังแต่ถ้าเราซื้อเลขกลับ มันจะออกเลขตรงและถ้าเราซื้อทั้งสองแบบมันจะไม่ออกเลยกฎแรงโน้มถ่วงวัตถุ 2 ชิ้นน้ำหนักไม่เท่ากัน จะตกถึงพื้นด้วยความเร็วขนาดที่ทำลาย ทรัพย์สินได้มากที่สุดเท่าๆกันข้อพิจารณาในการเลือกซื้อหนังสือหนังสือปกสวย เนื้อในมักห่วยหนังสือปกขี้เหร่ เนื้อในห่วยกว่ากฎห้ามพูดคนไทยรู้จักกฎนี้ดี จนมีสุภาษิตว่า "เข้าป่าอย่าเรียกหาเสือ"กฎมีว่า ทันทีที่คุณพูดแสดงความคาดหวังถ้าหวังสิ่งเลวสิ่งเลวจะมาหาและถ้าหวังสิ่งดี สิ่งเลวก็จะมาหากฎของโฮว์ (Howe's Law)มนุษย์ทุกคนมักจะทำอะไรไม่สำเร็จกฎของไซเมอร์กี้ถ้าคุณรื้อชิ้นส่วนออกมาประกอบใหม่จะมีน็อตเหลือเสมอข้อสังเกตของอีตัวร์รถเลนข้างๆ มักเคลื่อนตัวดีกว่าเลนของเรากฎการแก้ปัญหาในปัญหาใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรคให้เราแก้ มักมีปัญหาเล็กๆ อยู่ภายในซึ่งพร้อมจะขยายตัวแทนที่ทันทีที่ปัญหาใหญ่ได้รับการแก้ไขลุล่วงกฎทองคนมีทองคือคนออกกฎธรรมชาติของมนุษย์มนุษย์เรามีสองประเภทประเภทแรก คือ คนที่ชอบแยกคนเป็นสองจำพวกประเภทที่สอง คือ คนที่รังเกียจพวกแรกกฎยิ่งน้อยยิ่งดีของซีกัลคนที่มีนาฬิกาเรือนเดียว จะรู้เวลาแน่นอนคนที่มีนาฬิกาเพิ่ม มาอีกเรือน จะไม่แน่ใจว่า เวลาใดถูกต้องกฎการใช้เวลาเหลื่อมล้ำการเริ่มต้นงานเป็นสิ่งยากเพราะงาน 90 % แรก จะกิน เวลาไปถึง 90% ของเวลาในโครงการส่วนงาน 10% ที่เหลือจะกินเวลาอีก 90% ของเวลาในโครงการกฎของโอ'รีลลีสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกนี้ คือ การทำโต๊ะทำงานให้สะอาดกฎของลีเบอร์แมนนักการเมืองทุกคนโกหก แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่มีใครฟังใครกฎน้ำพริกถ้วยเก่าเสื้อผ้าตัวเก่งจะเก่าซอมซ่อทันทีที่เราได้ตัวใหม่ข้อเท็จจริงขององค์กรในทุกหน่วยงานมักมีพนักงานคนหนึ่งและคนเดียวที่มองเห็นปัญหาที่แท้จริงขององค์กร และคนๆ นี้จะถูกไล่ออกเสมอกฎการโต้เถียงคนที่พูดน้อยคือคนที่รู้มากกฎการทำงานเป็นทีมเมื่องานยุ่งยาก ทุกคนผละหนีกฎการมองโลกมนุษย์สามสิบคนในร้อยคน ชอบมองโลกในแง่ร้ายที่เหลือมองร้ายกว่า
ที่มา : *_* NONGSAWNUY *_* เจ้าของบทความ : :: u n z e e n ::

Read More

ท่าทางการส่องกระจก บอกนิสัยได้นะ




เพื่อนๆ เคยสังเกตตัวเองไหมว่า ท่าเอกลักษณ์ประจำตัวในเวลาตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน หรือช่วงดึกๆ ที่ต้องส่องกระจกเสริมสวยก่อนเข้านอนนั้นเป็นอย่างไร แต่ละคน แต่ละบุคลิก จะมีอากัปกริยาแตกต่างกันไปเมื่อโผล่หน้าเข้ากระจก ลองดูคำทำนายต่อไปดูสิ ว่าจะตรงกับตัวเองมากแค่ไหน ถ้าคุณชอบทำหน้าทะเล้นใส่… บอกได้เลยว่าคุณเป็นคนขี้เล่นไม่หยอก มีชีวิตสนุกสนาน สดใสซาบซ่าตลอดเวลา เพราะคุณเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี เพื่อนฝูงมากมาย แถมยังห้าวหาญ ไม่กลัวใครง่ายๆ และกล้าเผชิญปัญหาทุกรูปแบบ แต่ถ้าใครคิดจะมาออกคำสั่งบังคับให้คุณทำโน่นทำนี่ ก็ฝันไปเถอะ เพราะคุณคงไม่ยอมแน่ๆ ความเป็นตัวของตัวเองของคุณสูงเสียเหลือเกินนี่นา ถ้าคุณชอบส่งยิ้มให้ตัวเอง… นิสัยของคุณน่ารักไม่หยอกเลยเชียว คุณเป็นเสมือนแม่พระในหมู่เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ที่คอยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้อย่างไม่มีอั้น และคอยเป็นห่วงเป็นใยไม่มีขาด คุณเป็นคนรักเพื่อนมนุษย์ และพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกคนอยู่เสมอ ถ้าคุณมักชอบตีหน้าเครียด… ขอแนะนำว่าให้คุณผ่อนคลายความรู้สึกหนักๆ ลงไปบ้าง ชีวิตของคุณไม่ได้ซีเรียสอย่างที่คิด แต่คุณก็เป็นคนเอาการเอางานทีเดียว จริงจังกับชีวิต แต่ก็อย่าให้มากจนเกินไปนัก คุณเป็นคนที่ไม่ชอบปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ จะพยายามหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา ไม่อยู่นิ่ง แต่คุณจะไม่ยอมทำถ้ารู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำแล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นแต่ประการใด ถ้าคุณชอบแอบปลื้มตัวเองในกระจก… คุณเป็นคนที่มีอารมณ์ศิลปินพุ่งปรี๊ด เพราะนอกจากคุณจะเป็นคนช่างคิด ช่างฝัน ช่าจินตนาการแล้ว ยังเป็นคนที่มีอารมณ์ไม่อยู่กะร่องกะรอย ขึ้นๆ ลงๆ ได้เร็วพอๆ กับตลาดหุ้นเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คุณกลับเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงเหมือนกัน เมื่อคุณตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็จะมุมานะให้ไปถึงจุดหมายนั้นๆ จนได้ ถ้าคุณชอบเขินอาย ไม่สบตาตัวเองในกระจก… แน่นอนว่าคุณเป็นคนขี้อายไม่ใช่เล่น แต่กลับยึดมั่นในความคิดของตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ คุณเป็นคนที่มีอารมณ์สุนทรีย์ อ่อนโยน มีความเป็นตัวของตัวเอง ขยันหมั่นเพียร แต่ก็เป็นพวกหัวรุนแรงอยู่ไม่น้อยนี่สิ ต้องพึงระวังเอาไว้ให้ดีเชียว ถ้าคุณชอบทำหน้าตาเหม่อลอย… ท่าทางคุณจะตกอยู่ในโลกแห่งความฝันนานไปหน่อยแล้วล่ะ อย่ามัวแต่หลงอยู่กับความคิดที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างมากเกินไปนัก จงจำไว้ว่า ชีวิตจริงของคุณกำลังเดินไปข้างหน้า คุณควรตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ให้เพื่อตัวของคุณเองและอนาคต ปกติดูคุณเป็นคนเนิบๆ เนือยๆ แต่อย่างไรเสีย คุณก็เป็นคนเงียบๆ ที่รักสงบ และไม่ขอบหาเรื่องใคร ถ้าคุณชอบสำรวจตัวเองทุกกระเบียดนิ้ว... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณเป็นคนรักสวยรักงาม และพยายามเอาใจใส่ตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ คุณเป็นคนรักความก้าวหน้า มีไฟแรงพอที่จะผลักดันตัวเองให้ไต่ขึ้นไปในจุดที่สูงสุดอย่างที่ต้องการ คุณเป็นคนคล่องแคล่ว และมักจะไม่ค่อยยอมอยู่ว่างๆ แต่จะหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา
ที่มา : อะตอม เจ้าของบทความ : ไม่ทราบชื่อ

Read More